ก้าวเดินสู่ระดับโลก

หนึ่งในนักเตะที่เริ่มต้น ในศึกพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้อย่างน่าประทับใจ

นั่นคือ “ฮาเมส โรดริเกซ” ดาวเตะของเอฟเวอร์ตัน ที่กลับมาร่วมงานกับกุนซือคู่ใจอย่างคาร์โล อันเชล็อตติ อีกครั้ง ทำให้เขางัดฟอร์มเก่งออกมาทั้งในแง่ของการยิงประตู และการแอสซิสต์ แน่นอนว่า มันยังเหลือหนทางอีกยาวไกลให้เขาพิสูจน์ตัวเอง

หากนับรวมจนถึงเวลานี้ ฮาเมส มีส่วนร่วมกับเอฟเวอร์ตัน ในพรีเมียร์ลีก 6 ประตู แบ่งออกเป็นการยิง 3 และแอสซิสต์ 3 เป็นการลบคำปรามาสของแฟนบอลหลายคนที่ว่า เขาน่าจะเอาชื่อมาทิ้งที่พรีเมียร์ลีก ที่ขึ้นชื่อเรื่องของความหนักหน่วง และความรวดเร็วเป็นหลัก

ช่วงนี้ เรายอดกลับไปดูความเป็นมาเป็นไปของเขากันหน่อยว่า … ทำไมเด็กชายธรรมดาจากอเมริกาใต้ คนนี้ ถึงต่อสู้กับอะไรหลายอย่าง จนสามารถก้าวมาเป็นนักฟุตบอลระดับโลกได้เหมือนทุกวันนี้

ฮาเมส โรดริเกซ คือเด็กจากเมืองคูคูต้า ประเทศโคลอมเบีย โดยเริ่มต้นเส้นทางลูกหนัง ด้วยการลงเล่นกับทีมเยาวชนของทีม “เอ็นวิกาโด้ เอฟซี

นึ่เป็นสถานที่ที่ขัดเกลาฝีเท้า จนพรสวรรค์เริ่มที่จะผลิดอกออกผล หลายคนมองเหมือนกันว่า มันไม่ได้มาเพราะความสามารถเพียงอย่างเดียว เรื่องของทัศนคติ ก็เป็นสิ่งที่เขามีติดตัวเช่นเดียวกัน

ฮูโก้ คาสตาโน่ อดีตโค้ชของทีม เอ็นวิกาโด้ เอฟซี ย้อนความทรงจำถึงลูกศิษย์คนนี้เอาไว้ว่า “ย้อนกลับไปช่วงเวลานั้น ผมไม่เคยเห็นเด็กอายุเท่านี้ ที่ขยันฝึกซ้อมวันละ 2 ครั้ง โดยที่ไม่เคยปริปากบ่นเลยแม้แต่น้อย”

คาสตาโน่ กล่าวต่อว่า “สิ่งเหล่านี้ คอยหล่อหลอมให้ฮาเมส เต็มไปด้วยความมีระเบียบวินัย เขามักจะใช้เวลาหลังจากฝึกซ้อมเสร็จแล้ว เพื่ออยู่ในสนามต่อเพียงลำพัง แม้ว่าเด็กคนอื่นจะกลับบ้านแล้วก็ตาม

หลังจากนั้น ฮาเมส จะทำการฝึกซ้อมยิงประตูเพิ่มเติม ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนระอุ ผลสุดท้าย เขาสามารถก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่เป็นผลสำเร็จ”

การลงเล่นกับทีมชุดใหญ่ของ SAGAME66 ส่งผลให้ฮาเมส สามารถสร้างสถิติเป็นนักเตะโคลอมเบีย ที่อายุน้อยสุดอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ ที่ลงเล่นลีกอาชีพ ด้วยวัยเพียงแค่ 14 ปีเท่านั้น

SAGAME66

กระทั่งอายุ 16 ปี ฮาเมส ตัดสินใจมุ่งหน้าลงใต้ ข้ามพรมแดนจากประเทศบ้านเกิด เพื่อที่จะมาค้าแข้งในอาร์เจนติน่า กับสโมสรบานฟิลด์

ทำให้เขาต้องพิสูจน์ตัวเองอย่างหนัก นอกจากชีวิตความเป็นอยู่สภาพแวดล้อม และวัฒนธรรม เขาต้องเริ่มนับ 1 กับลูกหนังอาชีพที่ต่างแดน

ชีวิตช่วงแรกที่บานฟิลด์ ฮาเมส เป็นเพียงเด็กที่ไม่มีเงินค่าเหนื่อยมากนัก เขาจึงจำเป็นต้องพักอาศัยในห้องเช่าเล็กๆ ที่อยู่ห่างจากสโมสรประมาณ 2 ชั่วโมง

นอกจากนี้ เขายังต้องนั่งรถโดยสารไปซ้อมบอลทุกวัน บางครั้งเขาก็ขาดแคลน และต้องยืมเงินคนอื่นในการเดินทาง นี่คือแบบทดสอบสุดหินที่เขาต้องเผชิญหน้า

ความไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค ช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตฮาเมส ทีละเล็กทีละน้อย จากเด็กหนุ่มที่ต้องจากบ้านมาคนเดียว ร้องไห้ทุกวัน ต้องการคำปลอบใจ ด้วยการโทรศัพท์ทางไกลไปคุยกับคุณแม่ สู่การพาบานฟิลด์ คว้าแชมป์ลีกสูงสุดแดนฟ้าขาว เป็นครั้งแรก และครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ของทีม

ติดตามข่าวสารได้ที่ justdinnerhouston.com