ขาดเทียร์นีย์ขาดใจ

อาร์เซน่อล ทิ้งโอกาสเก็บชัยชนะ 5 นัดติดต่อกันจากทุกรายการอย่างน่าเสียดาย

ก่อนหน้านี้ มิเกล อาร์เตต้า เริ่มพาทีมกลับมาทำผลงานได้ดีอีกครั้งด้วยการชนะ 3 นัดติดในลีกเหนือ เชลซี, ไบรท์ตัน และ เวสต์บรอมวิช ก่อนต่อยอดเข้ารอบเอฟเอ คัพ หลังทุบชนะ นิวคาสเซิ่ล 2-0 ในช่วงต่อเวลา

แต่นัดล่าสุดกลับไม่สามารถเจาะตาข่ายทัพปราสาทเรือนแก้วของ รอย ฮ็อดจ์สัน และไม่แม้แต่มีความใกล้เคียงที่จะทำได้ อาร์เตต้า มีปัญหาให้แก้ไขเล็กน้อยในช่วงก่อนเริ่มเกมเพราะ คีแรน เทียร์นีย์ แบ็กซ้ายตัวสำคัญ และ ปาโบล มารี เซนเตอร์ที่พาทีมชนะรวดตลอด 4 นัดหลังสุด ต่างมีปัญหาบาดเจ็บลงเล่นไม่ได้

เอนส์ลีย์ เมตแลนด์-ไนลส์ จึงได้โอกาสลงเสียบทำหน้าที่แบ็กซ้ายแทน เทียร์นี่ย์ ส่วนตำแหน่งเซนเตอร์ฮาล์ฟของ มารี มี ดาวิด ลุยซ์ ยึดตัวจริงต่อร่วมกับ ร็อบ โฮลดิ้ง ที่ได้พักในเกมเอฟเอ คัพ

ตรงกลางสลับให้ ดานี่ เซบายอส ลงตัวจริงแทน โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ ในการจับคู่กับ กรานิต ชาคา ขณะที่ 4 ตัวรุกเป็นเซตที่ดีสุดที่จัดได้คือ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง, อเล็กซองด์ ลากาแซ็ตต์, บูคาโย่ ซาก้า และ เอมิล สมิธ โรว์

SAGAME66

กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ หัวหอกดาวรุ่งบาดเจ็บในช่วงวอร์มก่อนเกมเอฟเอ คัพ แต่ยังโชคดีไม่เป็นอะไรมาก สามารถกลับมาซ้อมได้แล้ว แต่ยังเร็วไปที่จะคืนสนามทันที ข่าวดีข้างสนามคือได้ทั้ง โธมัส ปาร์เตย์ กองกลางตัวเก่ง และ SAGAME66 อีกหนึ่งเซนเตอร์ตัวหลัก หายเจ็บและหายป่วยโควิด-19 กลับมามีชื่อสำรอง

ตัวผู้เล่นและฟอร์มช่วงหลังของ อาร์เซน่อล ดีกว่ามาก อีกทั้งได้เล่นในบ้านตัวเอง ทว่ากลับเป็น คริสตัล พาเลซ ที่ทำได้ดีกว่าในหลายจังหวะ ผู้เล่นเกมรุกที่นำโดย คริสติย็อง เบนเตเก้ และ วิลฟรีด ซาฮา มีความเข้าขารู้ใจและประสานงานกันดีกว่า

อาร์เซน่อล เป็นฝ่ายครองบอลตามคาด แต่จังหวะทำเกมรุกเข้าไปจบลุ้นประตูในครึ่งแรกไม่มีเลย จังหวะลุ้นยิง 2 ครั้งตลอดครึ่งแรกเป็นการหาจังหวะยิงเองหน้าเขตโทษของ โอบาเมย็อง และ ซาก้า ที่ไม่เหลือบ่ากว่าแรงของ บิเซนเต้ ไกวต้า โกลเลือดกระทิงของทีมเยือน

ติดตามข่าวสารได้ที่ justdinnerhouston.com