บัวไม่ช้ำ…น้ำไม่ขุ่น

เกม “ลอนดอน ดาร์บี้” ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์จบลงด้วยผลเสมอแบ่งกันทีมละ 1 คะแนน

แต่สื่อเมืองผู้ดีชี้ว่าผลการแข่งขันที่ออกมาถือว่าจบลงอย่างยุติธรรมแล้ว แม้ว่า แฟร้งค์ แลมพาร์ด จะบอกว่าทีมน่าจะคว้าไปครองมากกว่า

ก่อนเกม โชเซ่ มูรินโญ่ เล่นสงครามประสาทก่อนเลย โดยชี้ว่า แฟร้งค์ แลมพาร์ด ไม่ได้นับความกดดันในการนั่งเก้าอี้นายใหญ่แห่งรั้วสแตมฟอร์ด บริดจ์ เหมือนอย่างเมื่อสมัยที่ตัวเองทำหน้าที่ เท่านั้นไม่พอยังบอกว่าการทุ่มเงินขนาดนี้ต้องแชมป์เท่านั้น

คือจะหยิบยกขึ้นมาว่าสมัยตัวเองเข้ามาปีแรก แม้จะใช้เวินไปเยอะแต่ก็เสกแชมป์พรีเมียร์ลีกให้ทีมได้ว่างั้นเหอะ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่เทรนเนอร์ชาวโปรตุกีสถนัดอยู่แล้ว แหม… ก็ซีซั่นที่แล้วเล่นทุบเจ้านายเก่าทั้งเหย้า-เยือนในพรีเมียร์ลีก มันก็มีเสียหน้ากันบ้าง

การจัดทีมของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ถือว่าไม่พลิกโผอะไรนัก เอ็นโกโล่ ก็องเต้ กลับมาประจำหน้าที่ในแดนกลางอีกครั้งหลังหลีกทางให้ UFA369 ลงเล่นตัวจริงในเวทียุโรป ส่วนอีกคนคือ ฮาคิม ซิเย็ค ที่หายกลับมาลงเล่นเป็นสำรองในเกมกับ แรนส์ ออกสตาร์ทตัวจริง

หน้าตาทีมเป็น เอดูอาร์ เมนดี้ เฝ้าเสา กองหลังมี รีซ เจมส์, ติอาโก ซิลวา, คูร์ท ซูม่า และ เบน ชิล เวลล์ แดนกลาง เอ็นโกโล่ ก็องเต้, มาเตโอ โควาซิช และ เมสัน เมาท์ ทำหน้าที่ ส่วนแนวรุก ฮาคิม ซิเย็ต, ทิโม แวร์เนอร์ และ แทมมี่ อบราฮัม ประสานงาน

UFA369

แต่ก็อย่างที่บอก ระบบอาจจะปรับเป็น 4-2-3-1 ได้ตามแต่จังหวะ โดย เมสัน เมาท์ สามารถสอดขึ้นไปเล่นเกมรุกได้อย่างที่ทำมาเสมอ เปิดฉากมากลับเป็นทาง สเปอร์ส ที่เริ่มต้นด้วยการครองบอลมากกว่า ในขณะที่ฝั่ง เชลซี เองจะเริ่มบีบจังหวะต่อเมื่อมาถึงกลางสนามเท่านั้น 

แต่การแบ่งบอลคืนมาได้ก็เกือบได้เรื่องจากตรงกลางสนามที่ เมสัน เมาท์ กระชากมาถึงหน้าเขตโทษก่อนไหลให้ ทิโม แวร์เนอร์ ได้ปั่นด้วยขวาบอลเสียบเสาอย่างสวย แต่ว่าเป็นจังหวะล้ำหน้าซะก่อน

เสียดายที่มันควรจะเป็นลูกยิงสร้างความมั่นใจหลังจากที่ก่อนหน้านี้ดาวยิงทีมชาติเยอรมันโดนวิจารณ์ว่าใช้โอกาสเปลืองและตัดสินใจในหลายจังหวะไม่ดีนัก หลังจากนั้นกับจังหวะยิงของ แซร์ช โอริเย่ร์ ที่ เอดูอาร์ เมนดี้ ล้มตัวปัดเอาไว้ได้ เกมก็แทบจะเป็นเจ้าบ้านที่ได้โอกาสลุ้นประตูอยู่ข้างเดียว

ถึงกระนั้นมันก็แทบไม่ใช่โอกาสที่ดีถึงขั้นที่จะทำให้ได้เสียวแบบได้ประตูแบบเน้นๆเลย สกอร์ 0-0 ในครึ่งแรกถือว่าสมเหตุสมผล แม้ว่าในช่วงครึ่งทางของครึ่งหลังแทบจะเป็น “สิงห์บลูส์” ได้ลุ้นอยู่ข้างเดียว แต่ก็อย่างที่บอกไม่ได้เสียวถึงขั้นต้องร้องซี๊ด

โดยเฉพาะการต่อบอลประสานงานที่ต้องบอกว่ามีให้เห็นน้อยมาก ทางฝั่ง สเปอร์ส ยังมีการต่อบอล เล่นชิ่งที่ดีกว่าอย่างชัดเจน

ติดตามข่าวสารได้ที่ justdinnerhouston.com